เลือกอาหารเม็ดอย่างไร เมื่อน้องหมาหรือน้องแมวเป็นโรค IBD - น้องแมวกับน้องหมาโกลเด้นนอนพัก

รู้จักโรค IBD ในสุนัขและแมว

หากน้องหมาหรือน้องแมวมีอาการท้องเสียเรื้อรัง อาเจียนบ่อย น้ำหนักลด หรือถ่ายผิดปกติต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ เจ้าของหลายคนอาจคิดว่า เป็นเพียงปัญหาระบบทางเดินอาหารทั่วไป แต่ความจริงแล้ว อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรค IBD (Inflammatory Bowel Disease) หรือภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคทางเดินอาหารที่พบได้บ่อยในทั้งสุนัขและแมว

การทำความเข้าใจโรคนี้ รวมถึงการเลือก อาหารเม็ดสุนัข และ อาหารเม็ดแมว ที่เหมาะสม ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้น้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว

โรค IBD คืออะไร?

IBD (Inflammatory Bowel Disease) หรือโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง เป็นภาวะที่มีการอักเสบของเยื่อบุทางเดินอาหารอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การย่อยและการดูดซึมสารอาหารทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ปัจจุบันสัตวแพทย์มักจัด IBD อยู่ในกลุ่ม “Chronic Enteropathy” หรือโรคทางเดินอาหารอักเสบเรื้อรัง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับอาหาร การตอบสนองที่ผิดปกติของร่างกาย หรือความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ โรคนี้สามารถพบได้ทั้งในสุนัขและแมวทุกสายพันธุ์ โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงวัยผู้ใหญ่จนถึงวัยสูงอายุ

สาเหตุของโรค IBD ในสุนัขและแมว

แม้ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ 100% แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่
1. การตอบสนองที่ผิดปกติของร่างกาย (Immune-mediated) ร่างกายตอบสนองต่ออาหารหรือแบคทีเรียในลำไส้อย่างรุนแรงเกินปกติ ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง
2. ความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ (Gut Microbiome) เมื่อแบคทีเรียดีในลำไส้ลดลง อาจส่งผลให้ระบบทางเดินอาหารอ่อนแอและเกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น
3. การแพ้อาหารหรือไวต่อโปรตีนบางชนิด สัตว์เลี้ยงบางตัวอาจมีความไวต่อวัตถุดิบหรือแหล่งโปรตีนบางประเภท ส่งผลให้เกิดการอักเสบของลำไส้เมื่อได้รับอาหารชนิดนั้นต่อเนื่อง
4. ปัจจัยทางพันธุกรรม บางสายพันธุ์อาจมีความเสี่ยงต่อโรคทางเดินอาหารเรื้อรังมากกว่าสายพันธุ์อื่น
5. ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและโภชนาการ อาหารที่ย่อยยาก วัตถุดิบคุณภาพต่ำ หรือมีสารปรุงแต่งจำนวนมาก อาจเพิ่มภาระให้ระบบทางเดินอาหารในสัตว์บางตัวที่มีความไวเป็นพิเศษ

อาการของโรค IBD ที่เจ้าของควรสังเกต

อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • อาเจียนเรื้อรัง
  • ท้องเสียต่อเนื่องเกิน 3 สัปดาห์
  • ถ่ายเหลวเป็นๆ หายๆ
  • น้ำหนักลด
  • เบื่ออาหาร
  • ท้องอืด
  • อุจจาระมีมูกหรือเลือดปน
  • ขนไม่เงางาม
  • อ่อนเพลีย

หากพบอาการเหล่านี้ต่อเนื่อง ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัยอย่างละเอียด เพราะอาการอาจคล้ายกับโรคอื่น เช่น พยาธิ ลำไส้อักเสบจากเชื้อโรค หรือมะเร็งทางเดินอาหาร

การวินิจฉัยโรค IBD

สัตวแพทย์อาจใช้วิธีการต่าง ๆ ร่วมกัน เช่น

  • ตรวจร่างกาย
  • ตรวจเลือด
  • ตรวจอุจจาระ
  • อัลตราซาวด์ช่องท้อง
  • ทดสอบการตอบสนองต่ออาหารสูตรเฉพาะ
  • ส่องกล้องและเก็บชิ้นเนื้อในบางกรณี

เนื่องจากโรค IBD เป็นโรคที่ต้องแยกออกจากสาเหตุอื่นก่อน จึงอาจต้องใช้เวลาวินิจฉัยค่อนข้างละเอียด

สัตวแพทย์ดูแลโรค IBD อย่างไร

การดูแลจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและสาเหตุที่เกี่ยวข้อง โดยมักประกอบด้วย

การปรับอาหาร ถือเป็นหัวใจสำคัญของการดูแล โดย Merck Veterinary Manual ระบุว่าการปรับอาหารช่วยให้อาการสงบลงได้ในมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วย และมักเริ่มจากการทดลองอาหารโปรตีนชนิดใหม่ที่น้องไม่เคยกิน หรือโปรตีนไฮโดรไลซ์ สัตวแพทย์มักแนะนำอาหารที่

  • ย่อยง่าย
  • โปรตีนคุณภาพสูง
  • ลดสารก่อการแพ้
  • มีไฟเบอร์ในปริมาณเหมาะสม
  • สนับสนุนสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้

การเสริมพรีไบโอติกและโปรไบโอติก สัตวแพทย์อาจพิจารณาใช้ร่วมด้วย โดยทั่วไปน้องรับได้ดี แต่หลักฐานว่าช่วยในโรคนี้ยังมีจำกัด

การใช้ยา ในบางรายอาจจำเป็นต้องใช้

  • ยาลดการอักเสบ
  • ยากดการตอบสนองที่มากเกินไปของร่างกาย
  • ยาควบคุมอาการท้องเสียหรืออาเจียน

โดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด

เลือกอาหารเม็ดอย่างไร เมื่อน้องหมาหรือน้องแมวเป็น IBD?

หนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงที่เป็น IBD มากที่สุด คือการเลือก อาหารเม็ดสุนัข และ อาหารเม็ดแมว ที่เหมาะสม หลักการเลือกอาหารควรพิจารณาดังนี้

เลือกอาหารที่ใช้โปรตีนคุณภาพสูง โปรตีนที่ย่อยง่ายและดูดซึมได้ดี จะช่วยลดภาระการทำงานของระบบทางเดินอาหาร
เลือกอาหารเม็ดจากเนื้อสดแท้ อาหารที่ใช้ อาหารเม็ดจากเนื้อสดแท้ เป็นส่วนผสมหลัก ควรเป็นเนื้อสัตว์ชนิดที่น้องไม่เคยแพ้หรือไวต่อมาก่อน เพราะใน IBD สัตวแพทย์มักทดลองใช้อาหารโปรตีนชนิดใหม่ที่น้องไม่เคยกิน หรือโปรตีนไฮโดรไลซ์
มีพรีไบโอติกและโปรไบโอติก จุลินทรีย์ในลำไส้เกี่ยวข้องกับโรคทางเดินอาหารเรื้อรัง แต่หลักฐานว่าโปรไบโอติกช่วยในโรคนี้ยังมีจำกัด ควรถามสัตวแพทย์ก่อน
หลีกเลี่ยงสารปรุงแต่งที่ไม่จำเป็น เช่น สีสังเคราะห์ กลิ่นสังเคราะห์ ซึ่งไม่จำเป็นต่อสุขภาพของน้อง
เลือกอาหารเม็ดเกรดโฮลิสติก โดยอาหารเม็ดเกรดโฮลิสติก เป็นคำที่ผู้ผลิตใช้เรียกสูตรที่ออกแบบโดยคำนึงถึงสุขภาพองค์รวม แต่ไม่ใช่เกรดที่หน่วยงานใดกำหนดอย่างเป็นทางการ จึงควรดูฉลากว่าเป็นอาหารครบถ้วนสมดุล และให้สัตวแพทย์ช่วยพิจารณาว่าเหมาะกับน้องหรือไม่

อาหารเม็ด Deserve สำหรับมื้อประจำวัน

สำหรับเจ้าของที่กำลังมองหา อาหารเม็ด คุณภาพสูงให้น้องหมาและน้องแมว ควรเลือกสูตรที่บอกส่วนผสมและคุณค่าทางโภชนาการชัดเจน และปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเปลี่ยนอาหาร โดยเฉพาะน้องที่มีอาการทางเดินอาหาร

Deserve Holistic Grain Free Dog & Cat Food สำหรับสุนัขและแมวโตเต็มวัยทุกสายพันธุ์

🥩 Real Fresh Meat as 1st Ingredient ใช้เนื้อสดแท้เลาะกระดูกเป็นส่วนผสมอันดับ 1 ให้โปรตีนคุณภาพ และไม่มีส่วนผสมของผลพลอยได้จากสัตว์ (By-Product)
🦠 Pre & Probiotic Synergy มีส่วนผสมของพรีไบโอติกและโปรไบโอติก
🫐 Superfood Blend มีส่วนผสมของผักและผลไม้
✅ ไม่เติมเกลือ (No Added Salt)
✅ ไม่ใส่สารปรุงแต่งกลิ่นและสี
✅ สำหรับสุนัขและแมวโตเต็มวัยทุกสายพันธุ์
✅ คิดสูตรตามแนวทาง AAFCO และมีเลขทะเบียนอาหารสัตว์

อาหาร Deserve เป็นอาหารสำหรับมื้อประจำวัน ไม่ใช่ยา และใช้แทนการดูแลจากคุณหมอไม่ได้ หากน้องเป็น IBD หรือมีอาการทางเดินอาหาร ควรให้สัตวแพทย์เป็นผู้แนะนำอาหารที่เหมาะสมค่ะ

อาหารสุนัขและแมว Deserve สูตรเกรนฟรี เกรดโฮลิสติก พร้อมจุดเด่นส่วนผสม

โรค IBD หรือโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังในสุนัขและแมว เป็นโรคที่ต้องอาศัยการดูแลระยะยาว ทั้งการดูแลจากคุณหมอและการจัดการโภชนาการที่เหมาะสม การเลือก อาหารเม็ดสุนัข, อาหารเม็ดแมว, อาหารเม็ดเกรดโฮลิสติก หรือ อาหารเม็ดจากเนื้อสดแท้ ที่สัตวแพทย์เห็นว่าเหมาะกับน้อง ร่วมกับการดูแลอย่างใกล้ชิดของสัตวแพทย์ จะช่วยให้น้องหมาและน้องแมวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

Deserve อาหารเม็ดสำหรับแมว
🍗 Grain Free Turkey
🐟 Fresh Salmon & Chicken 
🐠 Fresh Trout & Chicken 

Deserve อาหารเม็ดสำหรับสุนัข
🍗 Grain Free Turkey
🐟 Grain Free Salmon
🥩 Highland Beef & Turkey
สูตร Signature Blend
🥩 Grain Free Lamb
🐟 Atlantic White Fish

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจและคำแนะนำจากสัตวแพทย์ หากน้องมีอาการผิดปกติ ควรพาไปพบสัตวแพทย์ค่ะ

อ่านต่อ: สีอึน้องหมา บอกปัญหาสุขภาพ! · อาหารแมว/อาหารหมา ยี่ห้อไหนดี? 7 ข้อเช็กก่อนเลือก

🛒 สั่งซื้อสินค้า Deserve ได้ที่เว็บไซต์นี้ หรือทัก LINE @deserve.petcare

คำถามที่พบบ่อย

หมาแมวท้องเสียนานแค่ไหนถึงเรียกว่าเรื้อรัง

ถ้าอาการทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสียหรืออาเจียน เป็นต่อเนื่องตั้งแต่ประมาณ 3 สัปดาห์ขึ้นไป สัตวแพทย์จะถือว่าเป็นอาการเรื้อรัง ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุ ไม่ควรรอให้หายเอง

IBD ในหมาแมวตรวจยังไง ต้องตัดชิ้นเนื้อไหม

สัตวแพทย์จะตรวจแยกสาเหตุอื่นของอาการทางเดินอาหารออกไปก่อน เช่น ตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ อัลตราซาวด์ และทดลองปรับอาหาร การยืนยันชนิดของ IBD ต้องอาศัยการเก็บชิ้นเนื้อลำไส้ไปตรวจ ซึ่งทำได้ด้วยการส่องกล้องหรือผ่าตัด

หมาแมวเป็น IBD ควรกินอาหารแบบไหน

สัตวแพทย์มักให้ทดลองกินอาหารโปรตีนชนิดใหม่ที่น้องไม่เคยกิน หรืออาหารโปรตีนที่ถูกย่อยให้โมเลกุลเล็กลง (hydrolyzed protein) โดยต้องกินอาหารนั้นอย่างเดียวต่อเนื่องหลายสัปดาห์และงดขนมระหว่างทดลอง ควรให้สัตวแพทย์เป็นผู้เลือกสูตรและกำหนดระยะเวลา

IBD ในแมวต้องดูแลไปตลอดชีวิตไหม

แมวส่วนใหญ่ที่เป็น IBD ต้องได้รับการดูแลระยะยาว บางตัวสามารถลดหรือหยุดยาได้ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์ และถ้าตอบสนองดีต่ออาหารสูตรที่ใช้ก็อาจกินสูตรนั้นต่อไปได้ อาการอาจกลับมาได้ จึงควรติดตามกับสัตวแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

อ้างอิง: Merck Veterinary Manual, VCA Animal Hospitals

Similar Posts